โครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

[ หน้า 1 ] [ หน้า 2 ] [ หน้า 3 ] [ หน้า 4 ]

    ๓.๘ งานบูรณะมณฑปมุจจลินท์
           - ตรวจสอบนับจำนวนชั้นอิฐ ระเบียบการก่อเรียงอิฐ ตรวจสภาพความแข็งแรงของปูนสอ สภาพอิฐก่อและปูนฉาบเดิมที่เหลืออยู่ จัดทำเป็นแบบและรายงาน เสนอสถาปนิกผู้ออกแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เพื่อตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร รายละเอียดทั้งหมดที่เสนอ จะนำมากำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมหน้างาน
           - ผนังส่วนที่อิฐก่อสมบูรณ์ หรืออิฐหลุดร่วงไม่มั่นคงเนื่องจากปูนสอเสื่อมสภาพ ให้ถอดรื้ออิฐส่วนนั้นออกนำไปทำความสะอาดจนหมดคราบสิ่งสกปรก สกัดปูนสอที่เสื่อมสภาพออก นำอิฐเดิมที่ถอดทำความสะอาดไว้ก่อกลับ ปูนสอใหม่กำหนดใช้ปูนหมัก การก่อให้ยีคระเบียบเทคนิคการก่อเช่นของเดิม อิฐก่อที่ชำรุดแตกหักมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรง ให้ทำการถอรื้อเปลี่ยนอิฐและปูนสอใหม่ใส่ทดแทน อิฐที่เปลี่ยนกำหนดใช้อิฐเก่าที่มีอยู่และมีสภาพสมบูรณ์ก่อน หากไม่มีอิฐเก่ากำหนดอิฐใหม่ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีรูปแบบ ขนาดเช่นของเดิม
            - ก่อเสริมชั้นอิฐใหม่ขึ้นตามแบบ โดยใช้อิฐใหม่ที่มีรูปแบบ ขนาดเช่นอิฐเติม การก่อให้ยึดระเบียบเทคนิคการก่อเช่นของเดิม โดยให้หารือร่วมกับสถาปนิก วิศวกรผู้กำหนดรายการของสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร พร้อมจัดทำแบบปฏิบัติงาน (Shop Draving) และรายละเอียดประกอบเสนอสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเพื่อตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการในส่วนนี้
            - การเจาะรูอัดฉีดน้ำปูนทรายและเสียบแกนเหล็กไร้สนิม ให้ใช้สว่านเจาะ 0 ๐.๒๕ ม. ชนิศโรศารีห้ามใช้แบบเจาะกระแทกโดยเต็ดขาด เมื่อเจาะรูได้ความลึกที่กำหนดแล้ว ต้องทำการเป่าฝุ่นออกให้หมด ถ้ายังไม่ได้ทำการเจาะฉีดน้ำปูนทรายต่อเนื่องทันที ให้ใช้เศษถุงปูนอุดรูไว้ก่อนทำการอัดฉีดน้ำปูนทรายให้ฉีดน้ำจากเครื่องฉีดล้างเศษฝุ่นละอองออกให้หมด และให้ยาแนวรอยรั่วจากรอยแตกร้าวชั้นอิฐก่อนทำการฉีดน้ำปูนทรายส่วนผสมปูนทราย (ซีเมนต์ขาว ๑ ส่วน : ทรายร่อนละเอียด ๑ ส่วน) ผสมน้ำให้เหลวพอฉีดออกจากเครื่องฉีดน้ำปูนได้ ตอกเหล็กไร้สนิม 0 ๑๒ มม, ลงไปจนถึงระดับที่เจาะไว้
             - การเย็บรอยแตกร้าว
               วิธีที่ ๑ แบบเจาะเย็บลักษณะกากบาทสลับไขว้รอยแตกร้าว ตลอดแนวรอยแตกร้าวนั้น ๆ โดยเจาะรู 0 ๒๕ มม. ห่างกันประมาณ ๑.๔๐ - ๑.๕๐ ม. สลับฟันปลาทั้งสองข้างของรอยแตกร้าวนั้น ๆ ความลึกขึ้นอยู่กับความหนาของโบราณสถานนั้น ๆ เช่น ผนังกำแพงหนา ๐.๙๐ ม. ให้เจาะลึกเข้าไปประมาณ สามส่วนสี่ ของความหนาเท่ากับ ๖๕ - ๗o ชม. เป็นต้น
               วิธีที่ ๒ แบบเจาะเย็บยึดรอยแตกร้าวเป็นรูปตัวยู (U) โดยให้รูเจาะอยู่ห่างขอบรอยแตกร้าวแต่ละข้างไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ - ๐.๒๕ ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความมั่นคงแข็งแรงของวัสดุที่อยู่บริเวณจุดนั้น ถ้าเป็นอิฐที่ไม่ค่อยจะแน่นกัน ให้ขยับระยะจากขอบรอยแตกร้าวให้มีระยะมากขึ้น ส่วนระยะห่างต่อจุดประมาณ ๐.๒๕ - ๐.๕๐ ม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของรอยแตกร้าวนั้น ๆ
     ข้อควรระวัง
     - ห้ามใช้เหล็กเส้นธรรมดาที่ทำให้เกิดสนิมได้
     - ก่อนฉีดน้ำปูนทุกครั้งให้ฉีดน้ำล้างฝุ่นออกจากรูก่อนเพื่อเป็นการทำให้ผิวหน้าอิฐกับน้ำปูนทรายจับตัวกันได้ดียิ่งขึ้น
     - ในการหยอดหรือกรอกน้ำปูนทรายเสียบแกนเหล็ก เป็นอีกเทคนิควิธีหนึ่งในการเสริมโครงสร้าง
ให้กับโบราณสถาน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนและเทคนิควิธีแล้วการทำงานจะขาดประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ อันอาจจะก่อความเสียหายให้กับตัวโบราณสถานได้ จึงต้องเข้มงวดช่างและคนงานที่จะดำเนินการนี้อย่างจริงจัง ซึ่งถ้าไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังที่กล่าวข้างตัน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งรื้อถอนและให้แก้ไขให้ถูกต้องได้ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือเพิ่มค่าใช้จ่ายได้ และต้องดำเนินการแก้ไขโดยทันที
     ๓.๙ งานปรับปรุงรั้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
          - งานรื้อถอนแนวรั้วลวดหนามเดิมเนื่องจากเสารั้วอยู่ชิดกับทางเดินเดิมให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อมีให้แนวทางเดินเสียหาย เศษวัสดุให้นำไปทิ้งสะอาดไว้ก่อกลับ ปูนสอใหม่กำหนดใช้ปูนหมัก การก่อให้ยีคระเบียบเทคนิคการก่อเช่นของเดิม อิฐก่อที่ชำรุดแตกหักมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรง ให้ทำการถอรื้อเปลี่ยนอิฐและปูนสอใหม่ใส่ทดแทน อิฐที่เปลี่ยนกำหนดใช้อิฐเก่าที่มีอยู่และมีสภาพสมบูรณ์ก่อน หากไม่มีอิฐเก่ากำหนดอิฐใหม่ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีรูปแบบ ขนาดเช่นของเดิม
     - ก่อเสริมชั้นอิฐใหม่ขึ้นตามแบบ โดยใช้อิฐใหม่ที่มีรูปแบบ ขนาดเช่นอิฐเติม การก่อให้ยึคระเบียบเทคนิคการก่อเช่นของเดิม โดยให้หารือร่วมกับสถาปนิก วิศวกรผู้กำหนดรายการของสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร พร้อมจัดทำแบบปฏิบัติงาน (Shop Draving) และรายละเอียดประกอบเสนอสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเพื่อตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
ดำเนินการในส่วนนี้
     - การเจาะรูอัดฉีดน้ำปูนทรายและเสียบแกนเหล็กไร้สนิม ให้ใช้สว่านเจาะ 0 ๐.๒๕ ม. ชนิศโรศารีห้ามใช้แบบเจาะกระแทกโดยเต็ดขาด เมื่อเจาะรูได้ความลึกที่กำหนดแล้ว ต้องทำการเป่าฝุ่นออกให้หมด ถ้ายังไม่ได้ทำการเจาะฉีดน้ำปูนทรายต่อเนื่องทันที ให้ใช้เศษถุงปูนอุดรูไว้ก่อนทำการอัดฉีดน้ำปูนทรายให้ฉีดน้ำจากเครื่องฉีดล้างเศษฝุ่นละอองออกให้หมด และให้ยาแนวรอยรั่วจากรอยแตกร้าวชั้นอิฐก่อนทำการฉีดน้ำปูนทรายส่วนผสมปูนทราย (ซีเมนต์ขาว ๑ ส่วน : ทรายร่อนละเอียด ๑ ส่วน) ผสมน้ำให้เหลวพอฉีดออกจากเครื่องฉีดน้ำปูนได้ ตอกเหล็กไร้สนิม 0 ๑๒ มม, ลงไปจนถึงระดับที่เจาะไว้
- การเย็บรอยแตกร้าว
               วิธีที่ ๑ แบบเจาะเย็บลักษณะกากบาทสลับไขว้รอยแตกร้าว ตลอดแนวรอยแตกร้าวนั้น ๆ โดยเจาะรู 0 ๒๕ มม. ห่างกันประมาณ ๑.๔๐ - ๑.๕๐ ม. สลับฟันปลาทั้งสองข้างของรอยแตกร้าวนั้น ๆ ความลึกขึ้นอยู่กับความหนาของโบราณสถานนั้น ๆ เช่น ผนังกำแพงหนา ㆍ.๔. ม. ให้เจาะลึกเข้าไปประมาณ " ของความหนาเท่ากับ ๖๕ - ๗o ชม. เป็นต้น
               วิธีที่ ๒ แบบเจาะเย็บยึดรอยแตกร้าวเป็นรูปตัวยู (U) โดยให้รูเจาะอยู่ห่างขอบรอยแตกร้าวแต่ละข้างไม่น้อยกว่า ๐.๒๐ - ๐.๒๕ ซม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความมั่นคงแข็งแรงของวัสดุที่อยู่บริเวณจุดนั้น ถ้าเป็นอิฐที่ไม่ค่อยจะแน่นกัน ให้ขยับระยะจากขอบรอยแตกร้าวให้มีระยะมากขึ้น ส่วนระยะห่างต่อจุดประมาณ ๐.๒๕ - ๐.๕๐ ม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของรอยแตกร้าวนั้น ๆ
     ข้อควรระวัง
     - ห้ามใช้เหล็กเส้นธรรมดาที่ทำให้เกิดสนิมได้
     - ก่อนฉีดน้ำปูนทุกครั้งให้ฉีดน้ำล้างฝุ่นออกจากรูก่อนเพื่อเป็นการทำให้ผิวหน้าอิฐกับน้ำปูนทรายจับตัวกันได้ดียิ่งขึ้น
     - ในการหยอดหรือกรอกน้ำปูนทรายเสียบแกนเหล็ก เป็นอีกเทคนิควิธีหนึ่งในการเสริมโครงสร้างให้กับโบราณสถาน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานตามลำดับขั้นตอนและเทคนิควิธีแล้วการทำงานจะขาดประสิทธิภาพที่สมบูรณ์ อันอาจจะก่อความเสียหายให้กับตัวโบราณสถานได้ จึงต้องเข้มงวดช่างและคนงานที่จะดำเนินการนี้อย่างจริงจัง ซึ่งถ้าไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังที่กล่าวข้างตัน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งรื้อถอนและให้แก้ไขให้ถูกต้องได้ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือเพิ่มค่าใช้จ่ายได้ และต้องดำเนินการแก้ไขโดยทันที
     ๓.๙ งานปรับปรุงรั้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
            - งานรื้อถอนแนวรั้วลวดหนามเดิมเนื่องจากเสารั้วอยู่ชิดกับทางเดินเดิมให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อมีให้แนวทางเดินเสียหาย เศษวัสดุให้นำไปทิ้ง

            - งานก่อสร้างรั้วให้เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด ให้ผู้รับจ้างวางผังแนวรั้วที่จะก่อสร้างให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อนดำเนินการ
            - คุณสมบัติของวัสดุให้ผู้รับจ้างจัดส่งตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อน ระยะและระดับให้เป็นไป
ตามรูปแบบรายการ
     ๓.๑๐ งานบูรณะซากโบราณสถาน
             - งานขัดล้างทำความสะอาดอิฐก่อเดิมให้ใช้น้ำสะอาดและแปรงล้างคราบตระใคร่น้ำและสิ่งสกปรกอื่นใดออกทั้งหมด แล้วตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของชั้นอิฐและคุณสมบัติของปูนสอเดิม หากเสื่อมสภาพให้ดำเนินการรื้อถอนออกด้วยความระมัดระวัง แล้วก่ออิฐใหม่ทับโดยอิฐที่นำมาใช้ต้องได้ขนาดตามหลักฐานเดิมก่อทับกันสองไม่เกินสองก้อน โดยการก่อแบบละแจ้งผู้ควบคุมงานก่อนดำเนินการทุกครั้ง
             - ตรวจสอบนับจำนวนชั้นอิฐ ระเบียบการก่อเรียงอิฐ ตรวจสภาพความแข็งแรงของปูนสอ สภาพอิฐก่อและปูนฉาบเดิมที่เหลืออยู่ จัดทำเป็นแบบและรายงาน เสนอสถาปนิกผู้ออกแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เพื่อตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร รายละเอียดทั้งหมดที่เสนอ จะนำมากำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานที่เหมาะสมหน้างาน
             - ผนังส่วนที่อิฐก่อสมบูรณ์ หรืออิฐหลุดร่วงไม่มั่นคงเนื่องจากปูนสอเสื่อมสภาพ ให้ถอดรื้ออิฐส่วนนั้นออกนำไปทำความสะอาดจนหมดคราบสิ่งสกปรก สกัดปูนสอที่เสื่อมสภาพออก นำอิฐเดิมที่ถอดทำความสะอาดไว้ก่อกลับ ปูนสอใหม่กำหนดใช้ปูนหมัก การก่อให้ยีดระเบียบเทคนิคการก่อเช่นของเดิม อิฐก่อที่ชำรุดผลต่อความมั่นคงแข็งแรง ให้ทำการถอดรื้อเปลี่ยนอิฐและปูนสอใหม่ใส่ทดแทน อิฐที่เปลี่ยนอิฐเก่าที่มีอยู่และมีสภาพสมบูรณ์ก่อน หากไม่มีอิฐเก่ากำหนดอิฐใหม่ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีรูปแบบ ขนาดเช่นของเดิม
              - ก่อเสริมชั้นอิฐใหม่ขึ้นตามแบบ โดยใช้อิฐใหม่ที่มีรูปแบบ ขนาดเช่นอิฐเดิม การก่อให้ยืดระเบียบนิคการก่อเช่นของเดิ โดยให้หารือร่วมกับสถาปนิก วิศวกรผู้กำหนดรายการของสำนักสถาปัตยกรรมศิลปากร พร้อมจัดทำแบบปฏิบัติงาน (Shop Drawing) และรายละเอียดประกอบเสนอสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเพื่อตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
ดำเนินการในส่วนนี้

               รายการคุณภาพวัสดุ ประกอบงานอนุรัษ์และพัฒนาโบราณสถาน


ปูนซีเมนต์ สำหรับงานคอนกรีตโคงสร้างให้ใช้ปูนเมนต์ปอร์ตแลนด์ มอก. ๑๕-๒๕๑๔ ปูนซีสำหรับผสมปูนฉาบเป็นไปตาม มอก. ๑๓๓-๒๕๑๘
ปูนขาว ให้ใช้ปูนขาวสดที่ได้จากการเผาหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) ห้ามใช้ปูนขาวถุงที่ขายสำเร็จรูป

ปูนก่อ เป็นปูนที่มีความเหมาะสมกับการก่ออิฐอาคารโบราณสถาน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการระบายความชื้นจากเนื้ออิฐก่อได้ดี เพราะมีความพรุนและความยืดหยุ่นตัวของเนื้อวัสดุสูง ปริมาณเกลือต่ำ กรรมวิธีในการทำงานมีดังนี้

         ๑) การหมักปูนทำโดยนำปูนสดก้อนมาเคาะออกเป็นก้อนเล็ก ๆ ค่อย ๆ ใส่ลงในบ่อหมักปูน ซึ่งก่อด้วยคอนกรีต BLOCK อย่างแข็งแรง โดยการก่อควรทำเป็นบ่อไม่ต่ำกว่า ๒ บ่อ การใส่ปูนสดก้อนควรค่อย ๆ ใส่ในปริมาณทีละน้อย เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างปูนกับน้ำเกิดขึ้นเร็วเกินไป การหมักต้องให้น้ำที่แช่สูงกว่าเนื้อปูนไม่ต่ำกว่า ๑" แช่ทิ้งไว้จนกว่าปฏิกิริยาจะหมดไป โดยควรกวนปูนตลอดเวลาที่ทำปฏิกิริยาเพื่อให้ก้อน
ปูนแตกตัวดีขึ้น

         ๒) เมื่อปฏิกิริยาหมดลงคือ ปูนได้คลายคาร์บอนไดออกไชต์ออกและรับออกชิเจนเข้ามาให้ทำการตักปูนร่อนด้วยตะแกรงขนาดตา ๕ มม. คัดเอาเศษผงและปูนที่ไม่แตกตัวออกทิ้ง ถ่ายใส่อีกบ่อแล้วใส่น้ำหมักทิ้งไว้ โดยให้น้ำท่วมผิวปูนไม่ต่ำกว่า ๑ นิ้ว การหมักควรทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า ๑ เดือน

         ๓) นำปูนที่หมักได้ที่ตามเวลาที่กำหนดมาผสมทราย ซึ่งผ่านการร่อนแล้ว โดยให้แบ่งเนื้อปูนในการมสำหรับใช้ในการก่อ อัตราส่วนผสมดยปริมาตรโดยสังเขป ๑ : ๓ ผสมปูนแต่ละชนิดได้ที่แล้วเปียกแยกเก็บลงถังเหล็กปิดฝาสนิทไมให้โดนอากาศ อีก ๒ อาทิตย์จึงนำใช้ฉาบผิวผนังได้
อิฐก่อ กำหนดใช้ขนาดเท่าอิฐก่อของเดิม อิฐก่อต้องผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ องศาเซลเชียสลักษณะของอิฐต้องมีขนาดและสีที่สม่ำเสมอ ผิวเรียบไม่โกร่งแอ่นคดงอ ไม่ยุ่ย มีความแข็งแกร่งไม่หักหรือเปราะแตกง่าย เนื้ออิฐต้องไม่มีรอยแตกร้าว ไม่มีรูพรุนมาก ไม่มีเศษดินหรือเศษวัสดุเจือปนจนเห็นได้ชัด


หมายเหตุ : วัสดุต่าง ๆ ตามรายการและที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน ให้ผู้รับจ้างนำเสนอตัวอย่าง รายละเอียดทางเทคนิคและแหล่งผลิตต่อสถาปนิกผู้ออกแบบ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนปฏิบัติงานจริงไม่ต่ำกว่า๓๐ วันทำการ

                         หลักการทั่วไปในการดำเนินการบูรณะโบราณสถานวัดเจ็ดยอด
                              ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


     ๑. ผู้รับจ้างจะต้องตรวจดูแบบ รายการประกอบแบบ และบริเวณสถานที่ที่จะดำเนินการซ่อมบูรณะหรือก่อสร้างอาคาร และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถานที่และแบบโดยละเอียด สอบถามข้อสงสัยปัญหาต่าง ๆ ให้ชัดเจน เมื่อลงนามในสัญญาว่าจ้างแล้วย่อมถือว่าผู้รับจ้างเข้าใจความหมายและรายละเอียดของแบบและรายการประกอบแบบโดยชัดเจนแล้ว ถ้ามีปัญหาข้อข้ดแย้งเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการจะถือเอาคำวินิจฉัยตัดสินของผู้ว่าจ้างหรือตัวแทน ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานในการซ่อมบูรณะหรือการก่อสร้าง ความถูกต้องในหลักวิชาช่าง และความเหมาะสมเป็นข้อยุติ โดยที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามการขี้แจงรายละเอียดขณะพาดูสถานที่ โดยการเซ็นรับทราบในเอกสารข้อชี้แจงเพิ่มเติมถือเป็นส่วน ประกอบหนึ่งของรูปแบบ และรายการประกอบแบบด้วย

      ๒. ผู้รับจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการช่อมบูรณะหรือก่อสร้างจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรายละเอียดต่าง ใ ในรูปแบบ และรายการประกอบแบบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งคู่สัญญาได้ลงนาม โดยใช้ช่างที่มีาตรฐานในการก่อสร้างและซ่อมบูรณะ ในแต่ละส่วนแต่ละสาขา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้เปลี่ยนแปลงได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่างานที่ทำอยู่ไม่ได้เป็นไปตามหลักการก่อสร้างที่ดี เรียบร้อยและได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมเปลี่ยนแปลงให้ใหมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

      ๓. ระยะหรือขนาดในแบบให้ถือตัวเลขเป็นสำคัญ ระยะต่างๆ กำหนดไว้เป็นมาตราเมตริก ยกเว้นส่วนที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นอย่างอื่น ระดับ +-๐.๐อ ในแบบถือตามระดับ +๐.๐๐ ที่กำหนดไว้ในแบบผังบริเวณเป็นเกณฑ์กำหนด ถ้าหากว่ามีความคลาดเคลื่อนผิดพลาดในรูปแบบ หรือรายการประกอบแบบหรือข้อความในรูปแบบและรายการประกอบแบบมีปัญหาหรือขัดแย้งกัน หรือไม่มีรายละเอียดชัดเจนพอที่จะดำเนินการได้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งให้สถาปนิกผู้ออกแบบหรือผู้แทนทราบ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบหรือคำวินิจฉัยให้ถูกต้องหรือเพื่อจัดทำรายละเอียดสำหรับการซ่อมบูรณะ หรือการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยถือเอาแบบรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องไม่ดำเนินการไปก่อนที่ผู้ว่าจ้างจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัยชี้ขาดและเกิดการผิดพลาดขึ้นจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามคำวินิจฉัย

     ๔. ก่อนที่ผู้รับจ้างจะลงมือดำเนินการซ่อมบูรณะหรือก่อสร้าง จะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างได้ทราบเพื่อจะได้จัดหาผู้คุมงาน หรือตัวแทนผู้ว่าจ้างมาดูแลรับผิดชอบงานซ่อมบูรณะหรืองานก่อสร้างนั้น

     ๕. ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะขอเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือลดลงได้ ในกรณีที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าจะทำให้งานที่ทำอยู่มีความสมบูรณ์มากขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องยินดีปฏิบัติตาม แต่ถ้าหากว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือลดลงเป็นส่วนมากแล้ว จะได้มีการตกลงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย เพื่อเสนอขอเปลี่ยนแบบ และรายการ

     ๖. สิ่งของหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในแบบหรือรายการประกอบแบบก็ดี หรือมิได้ปรากฎอยู่ในแบบหรือรายการประกอบก็ดี แต่จัดว่าเป็นส่วนประกอบสำหรับการดำเนินการซ่อมบูรณะ หรือก่อสร้างแล้ว เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและรับผิดชอบด้วย

     ๗. วัสดุและอุปกรณ์ที่กำหนดไว้ในแบบ และรายการประกอบแบบที่จะนำมาใช้สำหรับการซ่อมบูรณะหรือก่อสร้างอาคารจะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน เป็นวัสดุที่ถูกต้องตามแบบและรายการมีคุณภาพดี ยกเว้นกรณีที่ได้ระบุไว้เป็นเฉพาะ

         - สำหรับเครื่องมือตลอดจนอุปกรณ์การก่อสร้างอื่น ๆ เช่น เครื่องผสมคอนกรีต เครื่องสั่นคอนกรีตจะต้องใช้ชนิดที่มีคุณภาพใช้การได้ดี ซึ่งผู้รับจ้างต้องจัดหามาให้เหมาะสมทั้งจำนวนและเวลาในการดำเนินการ

         - วัสดุต่าง ๆ ที่ได้กำหนดให้ใช้คุณภาพเทียบเท่าไว้ในแบบ หรือรายการประกอบแบบ หากผู้รับจ้าจจะใช้วัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่าแล้ว ต้องนำเสนอเพื่อให้ผู้ว่าจ้างได้วินิจฉัยเห็นชอบก่อนทุกครั้งและถ้าความาเป็นต้องนำไปทดสอบคุณภานเทียบเท่าแล้วต้องนำเสนอเพื่อให้ผู้ว่าจ้างได้วินิจฉัยเห็นชอบก่อนทุกครั้ง ซึ่งผู้ว่าจ้างต้องนำไปทดสอบที่สถาบันที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบ โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง

     ๘. สิ่งใดที่ปรากฎในรูปแบบต่อรูปแบบ รายการต่อรายการ หรือรูปแบบต่อรายการเกิดขัดแย้งไม่ตรงกันให้ถือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เฉพาะงานหรือสิ่งที่ดีกว่าเป็นหลักในการปฏิบัติงาน สำหรับสิ่งของวัสดุที่ไม่สามารถกำหนดให้ชัดเจนในแบบหรือรายการประกอบแบบได้ เช่น ความแก่อ่อนของสี แบบหรือลวดลาย,ลักษณะและสิ่งปลีกย่อยต่าง ๆ ตลอดจนรายละเอียด ฯลฯ ให้ผู้รับจ้างจัดหาวัสดุตัวอย่าง แค๊ตตาล็อกแบบ
(catalog) มาให้สถาปนึกผู้ออกแบบได้พิจารณาคัดเลือกก่อนลงมือดำเนินการในส่วนนั้น ๆ

     ๙. ผู้รับจ้างจะต้องจัดวางสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ สำหรับการก่อสร้างให้เป็นระเบียบ ไม่กะกะและเก็บรักษาให้วัสดุมีคุณสมบัติตามเดิมไม่ชำรุดเสียหายจนเกิดความไม่เหมาะสมสำหรับใช้ในการใช้งาน หากมีความจำเป็นต้องสร้างโรงเก็บวัสดุแล้ว ผู้รับจ้างต้องจัดทำโดยความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง และให้ปรึกษาเรื่องสถานที่ก่อสร้าจโรงเก็บวัสดุกับผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ก่อนลงมือดำเนินการ

     ๑๐. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในระหว่างดำเนินการก่สร้าง เช่น ค่าประปา ไฟฟ้า การทดสอบต่าง ๆ ที่จำเป็นเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องติดต่อและรับผิดชอบคำใช้จ่าย ยกเว้นแต่ว่าจะได้มีการตกลงกันไว้ก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร

     ๑๑. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง โดยมิให้เกิดความเสียหายแก่อาคาร หรือทรัพย์สินในบริเวณข้างเคียง เช่น อาคารข้างเคียง รั้ว ถนน ทางเท้า ฯลฯ ที่มีอยู่เดิมในบริเวณที่จะดำเนินการและมิได้มีความเสียหายอยู่ก่อน หากผู้รับจ้างทำความเสียหายใด 1 เกิดขึ้นแล้ว จะต้องทำการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้คงสภาพเดิม โดยเป็นคำใช้จ่ายของผู้รับจ้าง และต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย

     ๑๒. ผู้รับจ้างต้องจัดเหรียมระบบความปลอดภัย (Safety System) สำหรับการปฏิบัติงานให้ครบถ้วนทุกด้าน เช่น การป้องกันอัคคีภัย การป้องกันอุบัติเหตุและการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ เป็นต้น เพื่อป้องกันและลดเหตุอันตรายอันอาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการ โดยให้ครอบคลุมทั้งอาคารหรือ บริเวณพื้นที่ที่ปฏิบัติงานรวมถึงบุคลากรที่ปฏิบัติงาน

     ๑๓. หลังการส่งมอบงานแล้ว ในระยะเวลาประกัน 6 ปี ถ้ามีความเสียหายใดเกิดแก่เนื้องาน อันเนื่องมาจากสาเหตุความผิดพลาด ความไม่รอบคอบของผู้รับจ้างในการดำเนินการ ผู้รับจ้างจะต้องทำการซ่อมแผมให้อาคารดีสมบูรณ์ โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง

     ๑๔. ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งรายงานข้อมูล แผนผังรูปแบบ การแก้ไข แบบร่าง แบบปฏิบัติการ (Shop Draving) ของงานส่วนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในรายละเอียดขอบเขตการดำเนินการ เพื่อให้สถาปนิกหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบหรรจพิจารณาให้ความเห็นชอบ และนำเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนลงมือดำเนินการในส่วนนั้น ๆ ไม่ต่ำกว่า ๒๐ วันทำการ

     ๑๕. ตัวอย่างวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ สี การตกแต่ง และวัสดุซึ่งมีข้อปลีกย่อยทางเทคนิคของวัสดุ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอตัวอย่างให้สถาปนิกผู้รับผิดชอบตรวจพิจารณาเพื่อนำเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าจอนุมัติก่อนลงมือดำเนินการในส่วนนั้น 1 ไม่ต่ำกว่า ๑๕ วัน


ผู้กำหนดรายการ / ประยูร
ผู้พิมพ์ / ประยูร
ผู้ตรวจ / เทอดศักดิ์

[ หน้า 1 ] [ หน้า 2 ] [ หน้า 3 ] [ หน้า 4 ]