โครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

[ หน้า 1 ] [ หน้า 2 ] [ หน้า 3 ] [ หน้า 4 ]

สามารถร่วมบุญ

โครงการ : อนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง
ชื่อบัญชี : วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวงเพื่อการบูรณะโบราณสถาน
เลที่บัญชี : 839-222759-4
ธนาคาร : ไทยพาณีชย์
สาขา : ถนนนิมมานเหมินฑ์ (เชียงใหม่)

คลิกที่นี่ เพื่อร่วมบุญออนไลน์

                โครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วัตถุประสงค์
     โบราณสถานวัดเจ็ตยอด เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่โบราณสถานแห่งนี้ใด้ดำเนินการบูรณะมาโดยตลอดและเป็นวัดสำคัญที่มีโบราณสถานอยู่จำนวนมากจำเป็นต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการของจังหวัดเชียงใหม่ และรักษาไว้ซึ่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป กรมศิลปากรจึงจะดำเนินการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานวัดเจ็ดยอดแห่งนี้ พร้อมพัฒนาปรับปรุงสภาพของพื้นที่โดยรอบ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่โบราณสถาน โดยกรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณ การจัดทำรูปแบบรายการและประมาณราคาดำนินการด้วยงบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ดังขอบเขตการซึ่ง
กำหนดไว้ในรูปแบบรายการนี้แล้ว


ข้อกำหนดเบื้องต้น
     เนื่องด้วยการดำเนินการสำรวจและออกแบบอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการปฏิบัติงาน รายละเอียดของรูปแบบรายการจึงอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงของสภาพหน้างาน และข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ที่อาจจะพบเพิ่มเติมขณะดำเนินการบูรณะ จึงเห็นควรให้ผู้รับจ้างต้องทำการสำรวจสภาพข้อเท็จจริงของหน้างานในส่วนต่าง ๆ ของอาคารตามขอบเขตการดำเนินงาน พร้อมจัดทำแบบสภาพปัจจุบันที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง เพื่อให้กรมศิลปากรปรับรูปแบบ รายละเอียดและเทคนิควิธีการดำเนินการอีกครั้งก่อนลงมือปฏิบัติงานจริง


รูปแบบและรายการประกอบแบบ

     ๑. รูปแบบ ขนาด A-๑ จำนวน ๔๑ แผ่น
     ๒. รายการประกอบแบบ ขนาด A-๔ จำนวน ๑๑ แผ่น (รวมปกรายการ)
     ๓. รายการประมาณราคา ขนาด A-๔ จำนวน ๑๑ แผ่น


ประวัติโบราณสถานและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม

     วัดเจ็ดยอดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๙๘๘ โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังรายโดยทั้งตัวเจดีย์และพระวิหารได้ถูกสร้างขึ้นจากหินศิลาแลง และประดับลวดลายปูนปั้น ตามรูปแบบของเจดีย์พุทธคยาในประเทศอินเดีย ในอดีตวัดเจ็ดยอดเคยถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ส่วนชื่อของวัดเจ็ดยอดนั้นมีที่มาจากพระเจดีย์หลักที่มีเจดีย์ขนาด เล็กเจ็ดยอดอยู่ด้านบน แต่ในปัจจุบันยอดเจดีย์บางส่วนได้พังทลายลงมา แต่สภาพโดยรวม และโบราณสถานอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณวัดยังคงอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์

     ผู้สถาปนาวัดเจ็ดยอด พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์เม็งราย (อาณาจักรล้านนา)เป็นองค์สถาปนาวัดเจ็ดยอดขึ้นในปี พุทธศักราช ๑๙๙๘ (ค.ศ. ๑๔๕๕) ณ บริเวณที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ ทรงโปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต เป็นนายช่างทำการก่อสร้างอารามขี้น ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมของชาวพุทธที่เคารพนับถือต้นโพธิ์ เพราะต้นโพธิ์เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์ เมื่อครั้งตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พุทธคยาประเทศอินเดีย ชาวพุทธจึงถือว่าการเคารพกราบไหว้ต้นโพธิ์เป็นการถวายความเคารพแก่พระพุทธองค์เช่นกัน ดังนั้น ต้นมหาโพธิ์จึงถูกนำมาปลูกไว้ในบริเวณวัดทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้เองพระเจ้าตีโลกราชจึงให้ข้าราชบริพารไปตัดเอากิ่งตอนตันโพธิ์จากวัดป่าแดงหลวง ซึ่งเป็นตันโพธิ์ที่นำมาจากศรีลังกามาปลูกไว้ในวัดนี้และตั้งชื่อวัดนี้ว่าวัด "โพธารามมหาวิหาร" ซึ่งมีความหมายว่าวัดต้นมหาโพธิ์ และไปนิมนต์พระอุตตมะปัญญามหาเถระมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนี้


โบราณสถานที่สำคัญของวัด

๑. ซุ้มประตูโขงทางเข้าวัด ศิลปกรรมของซุ้มประตูโขงที่น่าสนใจคือ ลวดลายปั้น ประดับตกแต่งกรอบวงโค้ง และหางอุ้มที่เป็นส่วนประกอบซุ้มประตูสองข้าง

๒. มหาวิหาร เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญในวัดนี้ สมเด็จพระเจ้าติโลกราชโปรดให้ใช้เป็นสถานที่ประชุม พระมหาเกระทั่วราชอาณาจักรล้านนาไทย ในการทำสังคายนาพระไตรปิฎกนับเป็นอัฐมะสังคายนา ครั้งที่  ๘ ของโลก มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๑๒๐

๓. พระอุโบสถ หลังแรกของวัดเจ็ดยอด พระเมืองแก้วพระราชาธิบดีลำดับที่ ๑๒ แห่งราชวงศ์มังรายทรงเป็นพระราชนัดตาในสมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดให้สร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพพระเจ้ายอดเชียงราย พระราชบิดาของพระองค์ในวัดนี้ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๐๔๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาล พระอุโบสถหลังนี้ ทรงอุสภลักษณ์ กว้าง ๓๒ ศอก กับ ๑ คืบ ส่วนยาว ๙๘ ศอก กับ ๑ คืบ ที่ตั้งปาสาณนิมิตของพระอุโบสถ กว้าง ๔๑ ศอก ยาว ๑๑๖ ศอก

๔. พระสถูปเจดีย์อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าติโลกราช พระยอดเชียง พระราชาธิบดีลำดับที่ ๑๑ แห่ง    ราชวงศ์มังรายเป็นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าติโลกราช โปรดให้สถาปนาขี้นเป็นพระราชอนุสาวรีย์ทีประดิษฐานพระอัฐิพระราชอัยการ คือ พระเจ้าสิริธรรมจักรพรรดิติลภ หรือสมเด็จพระเจ้าติโลกราช เมื่อพุทธศักราช ๒๐๓๑

๕. สัตตมหาสถาน คือ สถานที่สำคัญเนื่องในพระพุทธประวัติ ๗ แห่ง คือ 

ปฐมโพธิบัลลังก์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ณ ควงไม้ศรีมหาโพธิ์ด้านทิศตะวันออกทรงตั้งวิริยาธิษฐานปฏิญาณพระองค์ว่า "ตราบใดที่ยังไม่บรรลุพระอนุตตระสัมมสัมโพธิญาณเพียงใด ก็จะไม่ลุกขึ้นเพียงนั้น แม้มังสะและโลหิตจะเหือดแห้งสูญลิ้นไป จะคงเหลืออยู่แต่หนังเส้นเอ็นก็ตามที่เถิด"

๑. อนิมิสเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับยืนทอดพระเนตรปฐมโพธิบัลลังก์ที่พระองค์ได้ตรัสรู้ ณ ที่นั้น เป็นเวลา ๗ วัน

๒. รัตนฆรเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎก เป็นเวลา ๗ วันภายหลังที่ตรัสรู้ภายในเรือนแก้วที่เทวดานิรมิตถวาย

๓. มุจจลินทเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุขผลสมาบัติใต้ตันจิกสระมุจจลินท์ภายหลังตรัสรู้แล้ว เป็นเวลา ๗ วัน

๔. รัตนจงกลมเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จพุทธดำเนินจงกลมเป็นเวลา ๗ วัน

อชปาลนิโครธเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งขัดสมาธิ ณ บัลลังก์ภายใต้ร่มอชปาลนิโครธ (ไม้ไทร) อันเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะ และเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมาร

๕. ราชาตนเจดีย์ คือ สถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขสมาบัติ ณ ภายใต้ร่วมไม้ราชายนพฤกษ์ ทรงยื่นพระหัตถ์ขวารับผลสมอจากพระอินทร์ เป็นเวลา ๗ วัน

๖. หอไตร คือ สถานที่เก็บรักษาพระคัมภีร์พระไตรปิฎกในวัดเจ็ดยอด เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าติโลกราช ทรง    คัดเลือกพระมหาเถระ ผู้เจนจัดในพระบาลีมาชำระอักษรไตรปิฎก ซึ่งเรียกว่า อัฐมสังคายนา ครั้งที่ ๘ ของ    โลก ทรงอบรมสมโภชหอไตรแห่งนี้เป็นการใหญ่เพื่อใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับที่ชำระแล้ว

สภาพปัจจุบัน ความเสียหายและสาเหตุ
     เนื่องจากโบราณสถานแหล่งนี้ มีการใช้งานและมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เป็นสถานที่สำคัญที่มีผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปัจจุบันโบราณสถานได้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา สภาพภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการมีสภาพไม่หมาะสม การอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานแห่งนี้จะเน้นในเชิงอนุรักษ์และการเสริมความมั่นคง โดยให้เห็นสภาพปัจจุบันให้มากที่สุด และคำนึงถึงความแข็งแรงควบคู่ไปด้วยตลอดจนปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การท่องเที่ยว ศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ


คุณค่าของโบราณสถานและแนวความคิดในการออกแบบบูรณะ
     โบราณสถานแห่งนี้มีองค์ประกอบทางสถาบัตยกรรมของอาคารที่หลงเหลืออยู่หลายอาคาร และมีโบราณวัตถุอีกหลายชนิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรมล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินการบูรณะโบราณสถานวัดเจ็ดยอดมีแนวคิดสำคัญได้แก่
     ๑. อนุรักษ์สภาพทางกายภาพของโบราณสถานให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยยังรักษาความเป็นของแท้ดั้งเดิมไว้ พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและช่วยส่งเสริมคุณค่าของโบราณสถานให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
     ๒. ดำเนินการศึกษาทางวิชาการเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การอนุรักษ์เป็นไปอย่างถูกต้อง
     ๓. สื่อความหมาย เพื่อให้สาธารณชนสามารถเข้าใจในคุณค่าที่มีอยู่ของโบราณสถานแห่งนี้มากยิ่งขึ้นโดยใช้องค์ความรู้ทางวิชาการที่ทำการศึกษาเพิ่มเติม


แนวทางในการดำเนินการ
     ๑. ทำการตรวจสอบและสำรวจสภาพข้อเท็จจริงหน้างานที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อทำการปรับแก้ไขรูปแบบ-รายการและปริมาณงานใหม่เพื่อให้สอดคล้อง ถูกต้องกับสภาพข้อเท็จจริงหน้างาน
     ๒. รวบรวม ศึกษาข้อมูลประวัติความเป็นมา รูปแบบทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของโบราณสถานแห่งนี้เพิ่มเติม โดยอาศัยหลักฐานเดิมและที่พบเพิ่มเติมขณะดำเนินการ อาทิ รายละเอียดรูปแบบของส่วนประกอบต่าง ๆ วัสดุ เทคนิคการก่อสร้างและร่องรอยการช่อมเปลี่ยนแปลงของอาคารในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มาให้ทำการศึกษาเปรียบเทียบทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของโบราณสถานแห่งอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้ช้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจนและถูกต้องของโบราณสถานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปใช้อ้างอิงเพื่อวินิจฉัยและกำหนดรายละเอียดในการปฏิบัติงานช่อมให้ถูกต้องสอดคล้องกับหลักฐานมากที่สุด รวมถึงนำไปใช้ในการเผยแพร่ทางวิชาการต่อไป
     ๓. บูรณะ เสริมความมั่นคงโบราณสถานตามขั้นตอนที่กำหนด
     ๔. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่โบราณสถาน
     ๕. รวบรวม ข้อมูล รายละเอียดที่ได้จากการดำเนินการบูรณะอาคาร เพื่อนำมาใช้ในเผยแพร่และอธิบายคุณค่าของโบราณสถานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมจัดเก็บและให้เป็นระบบเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการอนุรักษ์โบราณสถานแห่งนี้ต่อไปในอนาคต


ขอบเขตการดำเนินการ
     ๑. หมวดงานปรับปรุงพื้นทางเดินภายในวัด
     ๒. หมวดงานบูรณะอุโบสถพระเจ้าแก่นจันทน์
     ๓. หมวดงานบูรณะซุ้มประตูโขง
     ๔. หมวดงานปรับปรุงลานโพธิ์หมายเลข ๑
     ๕. หมวดงานปรับปรุงลานโพธิ์หมายเลข ๒
     ๖. หมวดงานบูรณะสระสรงน้ำพระเจ้าตีโลกราช
     ๗. หมวดงานบูรณะสระมุดฉลินท์
     ๘. หมวดงานบูรณะมณฑปมุลฉลินท์
     ๙. หมวดงานปรับปรุงรั้วด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
     ๑๐. หมวดงานบูรณะซากโบราณสถาน
     ๑๑. หมวดงานนั่งร้านและหลังคาคลุม
     ๑๒. หมวดงานเบ็ดเตล็ด


รายละเอียดขอบเขตการดำเนินการ

๑. หมวดงานเตรียมการ
     ๑.๑ งานป้ายข้อมูลโครงการ
           - จัดทำป้ายข้อมูลโครงการขนาดไม่ต่ำกว่า ๑.๒๐ X ๒.๔- เมตร จำนวนอย่างน้อย ๑ ป้าย
           - รายละเอียดของป้ายจัดพิมพ์ด้วยระบบ Inkjet บนไวนิล ป้องกันน้ำได้ ติดตั้งบนโครงไม้จริง มีความแข็งแรงเหมาะสม ป้ายนี้ให้นำไปติดตั้งในจุดที่เห็นชัดเจนตามกำหนด
     ๑.๒ งานจัดนิทรรศการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
           เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและผยแพร่ข้อมูลวิชาการในการดำเนินการอนุรักษ์โบราณสถานแห่งนี้

รายละเอียดการปฏิบัติงานมีดังนี้

           - จัดทำป้ายนิทรรศการจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓ ชุด ขนาดป้ายไม่ต่ำกว่า ๐.๖๐ x๑.๒๐ เมตร โดยใช้วัสดุไม้อัดแผ่นหรือวัสดุแผ่นอื่นใดที่เหมาะสม พร้อมโครงเคร่และอุปกรณ์การติดตั้งและจัดวาง

           - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำข้อมูลรายละเอียดคำบรรยายรูปภาพเกี่ยวกับประวัติ, รูปแบบแผนผังต่าง ๆ และข้อมูลที่ได้จากการบูรณะ พิมพ์ลงบนกระดาษ หรือสติ๊กเกอร์ ติดลงลงบนป้ายนิทรรศการที่มีอยู่ ทั้งนี้ วัสดุ ที่นำมาใช้งานให้คำนึงถึงพื้นที่ติดตั้งนิทรรศการด้วย การจัดนิทรรศการนี้กำหนดให้มีการหมุนเปลี่ยนข้อมูลในการจัดแสดงทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า ๒ ครั้ง ในระหว่างช่วงเวลาของการดำเนินการบูรณะ ทั้งนี้พื้นที่จัดนิทรรศการจะกำหนดให้ก่อนการปฏิบัติงานในส่วนนี้ ทั้งนี้รายการที่ ๑.๑ - ๑.๔ ให้ผู้รับจ้างจัดทำแบบปฏิบัติงาน (Shop Drawing) ในแต่ละหัวข้อที่กำหนด พร้อมรายละเอียดของงานนั้น ๆ เสนอถาปนิก, วิศวกรผู้ออกแบบของ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนลงมือปฏิบัติงานในแต่ละส่วน

[ หน้า 1 ] [ หน้า 2 ] [ หน้า 3 ] [ หน้า 4 ]